กล้วยไข่ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Musa ( AA proup ) มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางเอเชียใต้ กล้วยไข่นั้นเป็นพืชที่ชื่นชอบภูมิอากาศร้อนชื้น ซึ่งกล้วยบางชนิดนั้นก็มีเมล็ด บางชนิดก็ไม่มีเมล็ด แล้วแต่ชนิดของกล้วย
        ในยุคหนึ่งที่คนจากเอเชียใต้อพยพไปอยู่ในหมู่เกาะแถบมหาสมุทรแปซิฟิกทำให้กล้วยนั้นต้องเดินทางไปด้วยเพราะกล้วยนั้นถือว่าเป็นเสบียงที่ดีที่สุดในขณะนั้น
หลังจากนั้นก็เกิดการขยายพันธุ์ทั่งที่เกาะฮาวายและหมู่เกาะอื่นๆ ซึ่งได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลักษณะกล้วยไปหลายร้อยชนิดตามสภาพแวดล้อม
        ส่วนคนไทยนั้น มีการกล่าวถึงกล้วยโดยที่สันนิษฐานว่ากล้วยในประเทศไทยนั้นเกิดจากกล้วยป่า ซึ่งต่อมาได้ผสมพันธุ์กับกล้วยพันธุ์ต่างๆ ที่นำเข้ามาในประเทศภายหลัง และได้เกิดเป็นกล้วยหลายร้อยพันธุ์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ กล้วยไข่ที่เรารัประทานกันในทุกวันนี้
        ลักษณะของต้นกล้วยไข่นั้น มีลำต้นสูง 2-3 เมตร ส่วนกาบของลำต้นที่อยู่ด้านนอกนั้น เป็นสีเขียวปนเหลือง ด้านในเป็นสีชมพูอมแดง ส่วนตัวใบนั้นมีสีเขียวอมเหลือง มีร่องกว้างดอกของต้นกล้วยไข่นั้นก็จะมีลักษณะเป็นรูปปลีรูปไข่ ม้วนงอขึ้นปลายแหลม ก้านช่อดอกนั้นจะมีขนอ่อน
        ส่วนที่เป็นผลที่เรารับประทานกันนั้น ลักษณะของผลกล้วยไข่จะมีลักษณะเล็กกว่ากล้วยทุกชนิด แต่เรื่องความหวานนั้นก็ไม่เคยเป็นรองกล้วยชนิดไหนอยู่แล้ว           
ประโยชน์ทางอาหารของกล้วยไข่

        กล้วยไข่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่รากจนถึงปลายเลยทีเดียว สำหรับประโยชน์มางด้านอาหารนั้น เรามักจะใช้ผลของกล้วยนั้นมาทำ ขนมกล้วยบวชชี กล้วยทอด หรือข้าวต้มมัดไส้กล้วย เป็นต้น
        นอกจากนั้นเราสามารถใช้ใบกล้วยไข่มาทำเป็นอุปกรณ์ใช้ห่ออาหารได้อีกด้วย ปลีกกล้วยและหยวกกล้วยก็สามารถนำมาทำอาหารได้เช่นกัน เช่น แกงปลีกกล้วย แกงหยวกกล้วย เป็นต้น ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทยอย่างดี
ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ของกล้วยไข่
        กล้วยไข่นั้นมีประโยชน์ทางด้านการแพทย์มากทีเดียว โดยส่วนมากจะเป็นที่รู้จักกันของผู่เฒ่าผู้แก่และหมอสมุนไพร เรามารู้จักกันว่ากล้วยไข่นั้นสามารถแก้โรคอะไรได้บ้าง
        1.นำเอากล้วยไข่ดิบหนึ่งลูกบดกับน้ำให้เข้ากัน จากนั้นให้ใส่น้ำตาลหรือน้ำผึ้งเล็กน้อยเป็นการแก้โรคท้องเสียและแผลในกระเพาะอาหาร
        2.กล้วยไข่ที่สุกสามารถเป็นยาระบายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยแก้โรคริดสีดวงทวาร ส่วนหัวปลีแก้โรคโลหิตจาง โรคเกี่ยวกับลำไส้ และยังเป็นการลดระดับน้ำตาลในเลือด
        3.หากต้องการแก้ท้องเสีย ก็สามารถใช้กล้วยสุกหรือห่าม มาฝานให้บางและตากให้แห้ง นำไปบดให้ละเอียด จากนั้นนำผงกล้วย 3-4 ช้อนชา ผสมน้ำ 1-2 ช้อนชา ดื่มวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาารและก่อนนอน ก็จะทำให้อาการทุเลาลง
        4.หากต้องการแก้ส้นเท้าแตกก็ให้ใช้กล้วยไข่สุกหรือเปลือกกล้วย มาทาบริเวณที่ส้นเท้าแตก เพื่อเป็นการให้วามชุ่มชื่นกับบริเวณนั้นๆ รอยแตกก็จะเลือนหายไปในที่สุด
        5.คุณประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของกล้วยไข่นั้นก็คือ “สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง”ซึ่งในปัจจุบันคุณสมบัติเช่นนี้ก็ได้เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป

ที่มาภาพ :  1. http://www.thaismefranchise.com/?p=3009
                  2. http://www.vcharkarn.com/varticle/40400

ที่มาข้อมูล : ธีรวุฒิ ปัญญา. กองทัพผลไม้ปราบมะเร็ง. บริษัทไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ, 2553. 176 หน้า
 
 
   
 
   
เว็บไซต์นี้ แสดงผลได้ดี บนความละเอียด 1024x768 Text Size Medium
วิชา การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อจัดทำโครงงาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2554
โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42