** ยินดีต้อนรับสู่ ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ **
 
:: ประวัติความเป็นมา
:: สภาพสังคม
:: สภาพทั่วไป
:: วัดวาอาราม
:: ประเพณีวัฒนธรรม
:: ผลิตภัณฑ์ชุมชน
:: สภาพเศรษฐกิจ
:: บุคคลดีเด่น
:: ผู้จัดทำ
 
 

      ประเพณีวัฒนธรรม
วัฒนธรรมไทยทรงดำ
ประเพณีเซ่นผีเรือน
พิธีแต่งงาน
พิธีศพ

  ไทยโซ่ง หรือไทยทรง

      กลุ่มชนชาวไทยดำ มีถิ่นฐานอยู่ในแคว้นสอบสองจุไท ชาวไทยดำอพยพเข้ามาตั้งรากเมืองในไทยถึง 2 ครั้งด้วยกันครั้งแรก
     ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีที่โปรดให้ไปตีเมืองเวียงจันทร์ ต่อมารัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้นำครอบครัวชาวไทยดำเข้ามาอยู่ ในไทยอีก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้พวกไทดำหรือไทยทรงดำ มาตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นแห่งแรก และจากคำบอกเล่าจากชาวไทยทรงดำเองก็บรรยายว่า เดินอพยพจากถิ่นฐานเดิมโดยทางเรือมาตั้งถิ่นฐานที่ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม ซึ่งเป็นชาวทะเลชาวไทยทรงดำไม่ชอบภูมิประเทศแบบนั้น จึงได้ย้ายถิ่นฐานมาเรื่อยๆจนถึงแถบอำเภอเขาย้อย ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นป่าเขาเหมือนกับถิ่นฐานเดิมจึงได้ตั้งบ้านเรือน อยู่อย่างหนาแน่น ต่อมาชาวไทยทรงดำก็ได้ย้ายถิ่นฐานไปทำมาหากินในที่อื่นๆ เช่น นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี พิจิตร ชุมพร สุราษฎ์ธานีและนครสวรรค์ แต่ชาวไทยทรงดำในจังหวัดต่างๆเหล่านั้นจะบอกที่มาเป็นแหลงเดียวกันว่ามาจากเพชรบุรี การแต่งกายขอชาวไทยทรงดำ จะแต่งกายด้วยผ้าสีดำเป็นพื้นฝ่ายชายจะสวมกางเกงแค่เข่าเรียกว่า "ซ่วงก้อม"ใส่เสื้อค่อนข้างรัดรูปยาวถึงสะโพกแล้วผ่าปลายแขนทั้งสองข้างแขนยาวเป็นกระบอกถึงข้อมือติดกระดุมเงินอย่างถี่ๆตั้งแต่คอถึงเอว ถ้าไปในงานที่เป็นพิธีการจะเขียนกางเกงขายาว เรียกว่า ซ่วงฮี และใส่เสื้อตัวยาวมีลายปักประดิษฐ์ตามแบบเฉพาะของตนเองเรียกว่า เสื้อฮี ฝ่ายหญิงสวมเสื้อก้อมติดกระดุมเงิน ถ้าเป็นงานพิธีจะสวมเสื้อฮี ผ้าซิ่นที่ใช้นุ่งสีพื้นดำสลับลายเส้นสีขาวคราม ทรงผมของผู้หญิงนิยมเกล้ามวยซึ่งมีสองแบบ คือ ผู้ที่อยู่ในวัยสาวจะเกล้าผมที่เรียกว่าขอดซอย แต่ถ้าพ้นวัยสาวจะเกล้า แบบปั้นเกล้าเป็นการแบ่งแยกวัยวุฒิ

 

ประเพณีเซ่นผีเรือน
       เนื่องจากชาวไทยทรงดำนับถือผีบรรพบุรุษ เพราะเชื่อว่าถ้าได้เซ่นผีแล้ว ผีจะมาปกป้องรักษาลูกหลานเครือญาติให้เกิดความสุขความเจริญ จึงได้เชิญผีบรรพบุรุษมาไว้บนเรือนในห้องที่เรียกว่า "กะล้อห่อง"มุมหนึ่งของเสาบ้านจะเป็นที่เซ่นไหว้ผีทุกๆสิบวัน เรียกว่า ป้าดตง โดยมีแก้วน้ำ และชามข้าววางอยู่เป็นประจำ ประเพณีเล่นคอน เป็นประเพณีการเล่น(ร้องรำ ขับ คล้ายๆ ขับเสภา) แต่หางเสียงฟังเนิบเป็นทอดๆกว่าเซิ้งเอ่วและโอ้สาวมักเริ่มต้นตั้งแต่เดือนห้าขึ้นหนึ่งค่ำเป็นต้นไป และจะเลิกเล่นคอนต่อเมื่อหมอผีประจำหมู่บ้านกำหนดให้ชาวบ้านเลี้ยงศาลเจ้า ประจำหมู่บ้านล่วงไปแล้วเมื่อเริ่มย่างเข้าเดือนห้า หนุ่มๆต่างตำบลมักจะรวมพวกของตนเป็นกลุ่มๆประมาณ 5-10คนขึ้นไปจะต้องมีหมอแคน หมอลำ หมอขับ ไปด้วยการแต้งกายทั้งชายและหญิงใส่เสื้อฮี


พิธีแต่งงาน

       หรือเรียกตามลาวโซ่งว่า "กินดอง"เมือ่หนุ่มสาวลาวโซ่งตกลงใจที่ตะแต่งงานกัน ฝ่ายชายก็จะส่งผู้ใหญ่ของตนไปทาบทามและสู่ขอ การทำพิธีกินดองจะทำที่บ้านฝ่ายหญิงในวันกินดอง เจ้าบ่าวจะต้องทำพิธีไหว้ผีบ้านผีเรือนบ้านเจ้าสาวและกล่าวอาสาว่าตกลงจะอยู่รับใช้ หรือช่วยทำงานในครอบครัวของพ่อตาแม่ยายว่าเป็นเวลากี่ปีแล้วแต่จะตกลงกัน เพื่อให้ผีบ้านผีเรือนได้รับรู้ เนื่องจากเมื่อแต่งงานแล้ว เจ้าสาวจะต้องออกจากผีเรือนของตนเองไปนับถือผีทางฝ่ายชายซึ่งเป็นสามี และไปอยู่บ้านของฝ่ายชาย เว้นแต่เสียว่าลูกสาวจะเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ก็อาจต้องตกลงกับฝ่ายชายให้มานับถือผีตามฝ่ายหญิง เรียกว่า "อาสาขาด"ต่อจากนั้นเจ้าบ่าวจะมอบเงินจำนวนหนึ่งให ้กับพ่อแม่ ของฝ่ายเจ้าสาว นอกเหนือไปจากเงินสินสอดตามที่ตกลงจำนวนเงินกันไว้ตามสินสอดเรียกว่า "เงินตามแม่โค"ซึ่งหมายถึง เงินค่าตัวของแม่ทางฝ่ายหญิงที่เคยได้รับเป็นค่าตัวเท่าใด ตั้งแต่บรรพบุรุษ อาจเป็น 10-20บาท ลูกสาวก็จะได้รับตามจำนวนเท่านั้น

      พิธีศพ
       เป็นพิธีที่แสดงถึงความกตัญญู  ต่อบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ยังเป็นพิธีที่กระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล แก่คนในครอบครัวของผู้ตายอีกด้วย เมื่อมีบุคคลตายลง ก็จะต้องกระทำตามประเพณี ของลาวโซ่งอย่างเคร่งครัด ด้วยกานเชิญหมอมาประกอบพิธี โดยเริ่มตั้งแต่การเอาผีลงเรือน เอาผีขึ้นเรือน เจ้าภาพจะต้องเชิญหมอเสนที่มาทำพิธีเรียกขวัญเรียกว่า "ชอนขวัญ" คนในบ้านไม่ให้ติดตามผู้ตายไปที่อื่น ความเชื่อของลาวโซ่ง ส่วนมากจะผูกพันความเชื่อในเรื่องผีและขวง เป็นอันเนื่องมาจาก เชื่อว่าผีนั้นเป็นเทพยดาที่ให้ความคุ้มครอง พิทักษ์รักษา หรืออาจให้โทษถึงตายได้ เฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ "ผีเรือน" ประดุจดังศาสนาประจำตนซึ่งทำในสิ่งไม่ดีจะเป็นการ"ผิดผี" ผีเรือนอาจลงโทษได้
1. ผีแถนหรือผีฟ้า เชื่อว่าเป็นเทวดาอยู่บนฟ้า ซึ่งามารถดลบันดาลให้แก่มนุษย์ทั้งด้านดีและด้านร้าย
2. ผีบ้านผีเรือน เป็นที่คุ้มครองป่องกันบ้านเรือนให้ร่มเย็นเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์อาจสิ่งสถิตอยู่ตามป่า ภูเขา หรือต้นไม้ บางแห่งก็สร้างศาลให้อยู่บริเวณที่มีหลักเมือง ถือเป็นเขตหวงห้ามใช้เฉพาะประกอบพิธีเซ่นไหว้ที่เรียกว่า "เสน"เท่านั้น ส่วนผีบ้านผีประจำหมู่บ้านก็สร้างใหเอยู่ต่างหากเรียกว่า"ศาลเจ้าปู่"
3. ผีบรรพบุรุษ เป็นผีบรรพบุรุษหรือพ่อ แม่ ที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว จะถูกเชิญขึ้นมาไว้บนเรือน ณ ห้องผีเรือน
4. ผีป่าผีขวงและผึอื่นๆเป็นที่สถิตอยู่ตามป่า ภูเขา แม่น้ำ หรือสถานที่ต่างๆซึ่งหากคนทำให้ไม่พอใจอาจ ลงโทษให้เจ็บป่วยได้เช่นกัน

 
 
เว็บไซต์นี้ แสดงผลได้ดี บนความละเอียด 800x600 Text Size Medium
สร้างสรรค์โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  ปีการศึกษา 2549
โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม อ.เมือง จ.นครสวรรค์