สินค้าพื้นเมือง

 
ของกิน ของฝากเมืองเพชร

เพชรบุรีเป็นเมืองแห่งต้นตาลโตนด ในท้องทุ่งนาเมืองเพชรมองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นตาล ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร นับตั้งแต่อาคารคาวไปจนถึงอาหารหวาน ของกินเล่น อาหารและขนมที่ทำจากลูกตาลโตนดนี้ เป็นปรากฏในบทสวดบินของเก่า ซึ่งได้กล่าวถึงอาหารคาวหวานของเมืองเพชรบุรีไว้อย่างติดอกติดใจว่า

"เพชรบูรีแกงหัวตาล
เนื้อย่างฝานบาง ๆ ใส
เนื้อวัวแลตับไก่
แกงกับใบโหระพา"

 

 

" ขนมเพชรบูรี
ใหญ่สิ้นดีทั้วหวานมัน
ผู้ดีเมืองเพชรนั้น
เขายกย่องกันเป็นอย่างดี
โตนดเต้าแลจาวตาล
เปนเครื่องหวานเพชรบูรี
กินกับน้ำตาลยี
ของมีมาช่วยกัน "

เหล่านี้เป็นส่วนน้องของผลผลิตที่ต้นตาลโตนดให้แก่ชาวเมืองเพชรบุรี ส่วนต่าง ๆของต้นนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกมาก เช่น เนื้อไม้นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี หรือแม้แต่ขี้เถ้าของใบตาล นอกจากเป็นปุ๋ยแล้วยังนำมาละลายทำขนมเปียกปูนได้อีกด้วย

 

 

ขนม สัญลักษณ์เมืองเพชร
น้ำตาลเมืองเพชร เป็นผลผลิตที่ขึ้นชื่อลือชา เพราะมีคุณสมบัติเหนือกว่าน้ำตาลจากเมืองอื่น โดยเฉพาะความหวานอันเนื่องมากจากเทคนิคพิเศษในการเคี่ยวน้ำตาลเมืองเพชร จึงเป็นทั้งของกินและของฝากที่มีความหมาย นอกจากคุณค่าในตัวของมันเองแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เพชรบุรีมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วในเรื่อง "ขนมเมืองเพชร"
และถ้าจะกล่าวถึงขนมคู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรี น่าจะได้แก่ขนมที่ทำมาจากผลิตผลของต้นตาลโตนด คนที่อายุมากกว่า 90 ปี กล่าวว่ากินมาตั้งแต่เมื่อครั้งปู่ย่าตายาย ขนมประเภทนี้มีการพัฒนาไปไม่มากนัก

น้ำตาลสด
ที่คนเมืองเพชรเรียกว่า "น้ำตาลสด" เป็นน้ำตาลที่รองมาจากต้นตาลกินได้ทันที ถ้าไม่แน่ใจเรื่องความสะอาด ควรต้มเสียก่อน เช่นนี้จะเรียกว่า "น้ำตาลอุ่น"

ขนมที่ทำจากลูกตาล
ผลตาลใช้ทำอาหารและขนมได้ทุกอายุ เริ่มตั้งแต่ลูกตาลที่ยังอ่อน เอามาผ่านเฉพาะตอนหัวที่มีสีขาวเป็นแผ่นบาง ๆ ใช้ทำอาหารคาว เรียกว่า "แกงหัวตาล"


"จาวตาล" เป็นลูกตาลในระยะที่สอง สามารถนำมากินสด ๆ ได้ มีผู้นำมาดัดแปลงหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ใส่น้ำเชื่อมและน้ำแข็ง เรียกว่า "ลูกตาลลอยแก้ว"

"จาวตาลเชื่อม" เป็นจาวตาลในระยะที่สาม ซึ่งเนื้อในของจาวตาลจะแข็งซุยคล้ายจาวมะพร้าว นำมาเชื่อมน้ำตาลจนน้ำตาลแทรกเข้าไปในเนื้อ ขนมชริดนนี้ได้รับความนิยมมาก จึงมีราคาสูงกว่าขนมเชื่อมอื่น ๆ

"โตนดทอด" ทำจากจาวตาลในระยะที่สาม โดยนำมาเชื่อมแล้วชุบแป้งทอด เป็นขนมเมืองเพชรขนานแท้และดั้งเดิม

"ขนามตาล" ทำจากลูกตาลแก่ที่สุกงอมโดน้ำเอาเนื้อลูกตาลไปผสมกับแป้ง น้ำตาลโตนดและกะทิ คนให้เข้ากันหยดบนใบตองแล้วน้ำไปนึ่ง เมื่อสุกจะฟูเป็นสีเหลือง

"น้ำตาลเมา" หรือ "กระแช่" ก็คือน้ำตาลสดที่นำมาอุ่นแล้วทิ้งไว้ให้เย็นสนิท จากนั้นนำเปลือกหรือรากมะเกลือมาเผาไฟทิ้งให้เย็น นำไปเรียงใส่ในไหแล้วเทน้ำตาลอุ่นที่เย็นสนิทแล้วใส่ลงไป ปิดฝาให้แน่น ทิ้งไว้ 2 วัน 2 คืน ก็จะได้น้ำตาลเมาตำหรับเมืองเพชรที่มีกลิ่นหอมและมีรสอร่อยยิ่งนัก

"ตังเม" ของกินเล่นสำหรับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเคี่ยวน้ำตาลปีก คือส่วนที่เป็นน้ำตาลเหนียว ๆ ใสแจ๋วที่จับอยู่บนกระทะเคี่ยวน้ำตาลนั้นเอง
นอกจากนี้ยังมี "ข้าวแช่" เสน่ห์ของข้าวแช่นอกจากจะมีรสชาติอร่อยเย็นชื่นใจด้วยน้ำแข็ง และกลิ่นหอมของน้ำข้าวแช่แล้ว การใช้ถ้วยจานเชิงแบบโบราณก็เป็นสิ่งดึงดูดให้สนใจรับประทานด้วยไม่น้อย และสำหรับผู้มาเยือนเมืองเพชร หากจะมีของฝากติดมือกลับติดมือกลับบ้านซึ่งนอกจากขนมหวานหลากหลายแล้ว ถ้าเป็นหน้าชมพู่ก็คงไม่อาจจะมองข้าม "ชมพู่เมืองเพชร" ซึ่งมีลักษณะและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มีเฉพาะที่เมืองเพชรแห่งเดียวเท่านั้น

 

ขนมยอดนิยม
ตั้งแต่ สมัยราชกาลที่ 4 จนถึงปัจจุบัน ขนมเมืองเพชรที่จัดว่าเป็นขนมที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีดังนี้

ขนมขี้หนู
เป็นขนมชั้นดีที่มีชื่อเสียงมาก่อนขนมอื่น ๆ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทางโปรดมากว่าขนมใด ๆ ทรงรับทราบว่า "ทำได้เก่งและอร่อยกว่าที่ไหน ๆ" ขนมขี้หนูเมืองเพชรอร่อย นุ่ม ไม่หวานจัดและหอม เพราะอบด้วยมะลิ กลีบกระดังงาลนไฟและควันเทียบอบ ในปัจจุบันหารับประทานได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากเป็นขนมที่ทำยาก ใช้เวลาทำนานและเก็บไว้ไม่ได้นานและผู้มีฝีมือในการทำเพียงไม่กี่คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในวัยชรา อีกทั้งไม่ค่อยยอมถ่ายทอดความรู้ให้ใครอีกด้วย


ข้าวเกรียบงา
เป็นขนมเมืองเพชรซึ่งรู้จักและนิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง ข้าวเกรียบงามีวิวัฒนาการมาหลายขั้นตอน ในระยะแรกมีส่วนผสมเพียง 2 อย่าง คือ แป้งกับน้ำตาลโตนด ต่อมามีผู้คิดดัดแปลงใส่มะพร้าวหั่นเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาดจิ๋วผสมลงไป และหลังจากนั้นก็มีการเติมงาดำลงไปอีก จึงกลายเป็นข้าวเกรียบงาอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน หากจะรับประทานให้อร่อยจะต้องปิ้งเสียก่อน
ข้าวเกรียบงาอยู่ในความนิยมของคนไทยทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนเมืองเพชรมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 ปี ในปัจจุบันแม้จะมีโรงงานทำข้าวเกรียบงาเหลือเพียง 5 โรงงาน แต่ก็ยังได้รับความนิยมเป็นอันดับสามของขนมเมืองเพชร

ขนมหม้อแกง
เมื่อพูดถึงเมืองเพชรุบรี ผู้คนทั้งหลายมักจะนึกถึง "ขนมหม้อแกง" จนขนมชนิดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองเพชรบุรี เนื่องจากขนมหม้อแกงเมืองเพชรบุรีมีข้อบกพร่องอย่างหนึ่ง คือ ต้องเก็บไว้ในบรรกาศธรรมดา และจะเก็บไว้ได้เพียง 24 ชั่วโมง ดังนั้นระยะแรก ๆ ขนมหม้อแกงเมืองเพชรจึงแพร่หลายอยู่ในเฉพาะจังหวัดใกล้เคียงหรือไกลสุดเพียงกรุงเทพ ฯ เท่านั้น ต่อมาเมื่อมีรถไฟและถนนหาทางสะดวกขึ้น การเดินทางติดต่อถึงกันรวดเร็วขึ้น ขนมหม้อแกงเมืองเพชรบุรีจึงเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ และด้วยการรับประทานที่ง่ายและสะดวก ไม่ต้องมีกรรมวิธีใด ๆ ขนมหม้อแกงจึงแย่งตำแหน่ง "ขนมยอดนิยม" มาจากข้างเกรียบงา และครองตำแหน่งนี้มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 ปี ส่วนขนมที่ได้รับความนิยมรองจากขนมหม้อแกงก็คือ "ขนมบ้าบิ่น" นอกจากนี้ก็มีขนมเชื่อมซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น ทองหยิบ ฝอยทอง ทองหยอด เม็ดขนม (ลูกชุบ) จาวตาลเชื่อม ฯลฯ ก็ได้รับความนิยมตลอดมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ศตวรรษ


หน้าแรก

กลุ่มที่ 9 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2
โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม อ.เมือง จ.นครสวรรค์